บริษัท เอส.เค. ฟิตติ้ง วาล์ว S.K. Fitting Valve

หน้าแปลนคืออะไร แต่ละประเภทใช้อย่างไร (Flange)

ชนิดของหน้าแปลนที่นิยมใช้งานอยู่ในปัจจุบันมีดังนี้

 

1. Socket Welded Flange (SW Flg.)

เป็นหน้าแปลนที่มีรูใน (bore) เป็นบ่ารับ (socket) ในการเชื่อมต่อกับท่อจะเชื่อมเฉพาะภายนอกเพียงด้านเดียว ภายในที่เป็นบ่าไม่ต้อง เชื่อม แนวเชื่อมภายนอกจะเป็นแบบเกย (fillet weld) จึงไม่สามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ ของแนวเชื่อมด้วยวิธีเรดิโอกราฟิกได้ หน้าแปลนชนิดนี้นิยมใช้กับท่อขนาดเล็ก (small pipe) สำหรับบ่ารับของหน้าแปลน SW นั้นควรจะใช้เป็นความหนาเดียวกันกับความหนาท่อ เช่น ท่อ SCH 40 บ่ารับของหน้าแปลน SW ก็ควรใช้เป็น SCH40 เช่นเดียวกัน

2. Slip-on Flange (SO Flg.)

หน้าแปลนแบบ SO คล้ายกับหน้าแปลนแบบ SW เพียง ต่างกันที่รูในของหน้าแปลนแบบ SO จะไม่มีบ่ารับด้านใน ดังนั้นการต่อหน้าแปลนแบบ SO เข้ากับท่อ จะต้องเชื่อมทั้งภายนอกและภายใน ขณะที่หน้าแปลนแบบ SW เชื่อมเฉพาะภายนอก
หน้าแปลนชนิดนี้นิยมใช้กับท่อขนาดใหญ่ (large pipe) และเป็นที่นิยมมากกว่า Welding Neck Flange เพราะมีราคาถูก อีกทั้งมีคอ (hub) สั้นจึงใช้ระยะในการติดตั้งน้อย

3. Threaded Flange หรือ Screw Flange

เป็นหน้าแปลนที่มีรูในเป็นเกลียว เหมาะ ที่จะใช้กับระบบท่อที่มีแรงดันและอุณหภูมิต่ำ การประกอบและติดตั้งทำได้ง่ายโดยไม่ต้องมี การเชื่อม ทำให้สามารถติดตั้งได้สะดวกและสามารถติดตั้งในบริเวณที่มีวัตถุไวไฟได้อย่างปลอดภัย

  • เกลียวท่อที่นิยมใช้ในไทยจะเป็นเกลียว BSP กับ NPT โดยทางเอส.เค. ฟิตติ้ง วาล์ว (SK Fitting Valve) สามารถผลิตได้ทั้ง 2 มาตรฐาน

4. Welding Neck Flange (WN Flg.)

เป็นหน้าแปลนที่ถูกออกแบบให้มีการส่งถ่าย ความเค้น (stress) ที่เกิดขึ้นกับหน้าแปลน ไปยังเส้นท่อผ่านบริเวณคอที่แข็งแรง ทำให้ไม่มี ปัญหาการแตกร้าวที่รอยเชื่อมซึ่งอาจเกิดได้กับ Socket Welded Flange และ Slip-on Flange ด้วยการออกแบบที่พิเศษนี้ทำให้หน้าแปลนชนิดนี้มีราคาสูงกว่าหน้าแปลนประเภทอื่น

หน้าแปลนชนิดนี้นิยมใช้กับท่อขนาดใหญ่ การประกอบหรือการติดตั้งใช้วิธีต่อชนเชื่อม (Butt Weld) กับท่อ ทำให้สามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของแนวเชื่อมด้วยวิธีเรดิโอกราฟิกได้

สำหรับความหนาของคอของหน้าแปลน WN นั้นควระใช้เป็นความหนาเดียวกันกับความหนาของท่อ เช่น ท่อ SCH 40 ความหนาของคอหน้าแปลน WN ก็ควรใช้เป็น SCH40 เช่นเดียวกัน

 

5. Lap Joint Flange

หากพูดถึง Lap Joint Flange นั้นต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Lap Joint Flange และ Stub End Lap Joint Flange นั้นเป็นหน้าแปลนที่ต้องใช้ร่วมกับ Stub End โดยการสวม Lap Joint Flange เข้ากับ Stub End แล้วเชื่อมต่อ Stub End เข้ากับท่อด้วยวิธีชนเชื่อม (Butt Weld) ด้วยวิธีนี้ หน้าแปลนจะสามารถหมุนเป็นอิสระจากตัวท่อ ทำให้สามารถลดปัญหาการเยื้องศูนย์ของรูร้อยสลัก (bolt holes) และลดแรงบิดที่เกิดจากการเยื้องศูนย์ของท่อ

การที่ Lap Joint Flange และ Stub End เป็นคนละชิ้นกัน ทำให้เกิดทางเลือกในการ เลือกใช้วัสดุให้ประหยัดขึ้น เช่น ถ้าวัสดุท่อเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมเกรด 316 ก็สามารถที่จะเลือก ใช้ Stub End ที่เป็นวัสดุเดียวกับท่อ แต่เลือกใช้ Lap Joint Flange เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนได้ แต่ทั้งนี้ต้องมีการป้องกันการเกิด Galvanic Corrosion ด้วย

6. Blind Flange

เป็นหน้าแปลนที่ไม่มีรูเปิดสำหรับเชื่อมท่อ ใช้ในการปิดปลายระบบ ท่อ หรือปิดปาก Nozzles ของ Pressure Vessel เพื่อเหตุผลต่างๆ เช่น เพื่อการทดสอบแรงดัน (hydro static pressure test)

Facebook
Twitter
LinkedIn

Related Reference

Safety Valve คืออะไร เซฟตี้วาล์ว คือ

Safety Valve คืออะไร? หลักการทำงาน ประเภท และต่างจาก Relief Valve อย่างไร

เซฟตี้วาล์ว (Safety Valve) คือวาล์วนิรภัยที่ใช้ระบายแรงดันเกินออกจาก ระบบโดยอัตโนมัติ เมื่อแรงดันภายในระบบสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้ หรือ Set Pressure วาล์วจะเปิดเพื่อระบายออก และเมื่อแรงดันลดลงถึงระดับที่กำหนด วาล์วจะปิดกลับเพื่อให้ระบบทำงานต่อได้ตามปกติ โดยทั่วไป Safety Valve มักใช้กับของไหลที่บีบอัดได้  (compressible fluid)  เช่น ไอน้ำ ก๊าซ ซึ่งเป็นระบบที่ต้องการการระบายแรงดันอย่างรวดเร็วเมื่อแรงดันสูงเกินค่าที่กำหนด  วาล์วชนิดนี้จึงเป็นอุปกรณ์หลักด้านความปลอดภัยในระบบ Boiler, Pressure Vessel, ถังลม, ระบบไอน้ำ, ระบบก๊าซ และอุปกรณ์แรงดันอื่น ๆ หากเลือก Safety Valve ผิดขนาด ตั้งค่าไม่เหมาะสม หรือเลือกวัสดุไม่ตรงกับของไหลและอุณหภูมิใช้งาน วาล์วอาจเปิดผิดจังหวะ ระบายแรงดันไม่ทัน หรือปิดกลับไม่สนิท ซึ่งส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบ Safety Valve ทำงานอย่างไร หลักการทำงานของ Safety Valve  อยู่บนความสมดุลระหว่างแรงดันในระบบกับแรงต้านของสปริง เมื่อแรงดันยังต่ำกว่าค่า Set Pressure สปริงจะกด Disc ให้แนบกับ Seat เพื่อปิดทางระบายไว้ แต่เมื่อแรงดันสูงเกินค่าที่ตั้งไว

อ่านต่อ
เกทวาล์ว คืออะไร gate valve คืออะไร

เกทวาล์ว (Gate Valve) คืออะไร หลักการทำงาน ประเภท และต่างจาก Ball Valve อย่างไร

เกทวาล์ว (Gate Valve) คือวาล์วที่ใช้เปิดหรือปิดการไหลของของไหลในระบบท่อ โดยใช้แผ่นกั้นหรือ Gate เลื่อนขึ้นลงในแนวตั้งฉากกับทิศทางการไหล ในงานระบบท่อมักเรียกว่า วาล์วประตูน้ำ และใช้เป็นวาล์วตัดตอน (Isolating Valve) สำหรับแยกไลน์ท่อ เปิดน้ำ ปิดน้ำ หรือหยุดการไหลในตำแหน่งที่ต้องการ หน้าที่หลักของ Gate Valve คือการเปิดสุด (Fully open) หรือปิดสุด (Fully Closed)  ไม่ใช่วาล์วสำหรับปรับปริมาณการไหล (Flow) หากเปิดวาล์วค้างไว้ในตำแหน่งกึ่งกลาง ของไหลจะผ่านด้วยความเร็วสูง ทำให้ Gate และ Seat สึกหรอเร็วกว่าปกติ และทำให้วาล์วปิดไม่สนิทในระยะยาว  Gate Valve ทำงานอย่างไร หลักการทำงานของ Gate Valve คือการเลื่อน Gate ขึ้นหรือลงในแนวตั้งฉากกับทิศทางการไหล เมื่อหมุน Handwheel หรือควบคุมผ่าน Actuator ก้านวาล์ว (Stem) จะส่งแรงไปยัง Gate ให้ยกขึ้นหรือลดลง เมื่อเปิดวาล์ว Gate จะถูกยกขึ้นจนพ้นทางไหล ทำให้ของไหลผ่านตัววาล์วได้เต็มหน้าตัดท่อ ทำให้ มี pressure drop ต่ำเมื่อเปิดเต็ม เมื่อต้องการปิดวาล์ว Gate จะเลื่อนลงมาประกบกับ Seat เพื่อกั้นของไหลไม่ให้ไหลผ่าน ลักษณะนี้ทำให้ Gate Valve เหมาะกับระบบท่อที่ต้องกา

อ่านต่อ
บอลวาล์ว (Ball Valve) คืออะไร

บอลวาล์ว (Ball Valve) คืออะไร?

บอลวาล์ว (Ball Valve) คืออะไร? หลักการทำงาน ประเภท วัสดุ และการเลือกใช้งานอย่างถูกต้อง บอลวาล์ว (Ball Valve) คือวาล์วประเภท Quarter-turn valve ที่ใช้ลูกบอลทรงกลมเจาะรูทะลุเป็นกลไกควบคุมการไหล เมื่อหมุนก้านวาล์วเพียง 90 องศา ตำแหน่งของรูบนลูกบอลจะเปลี่ยนจากขนานแนวท่อ เป็นตั้งฉากแนวท่อ เพื่อเปิดหรือปิดการไหลทันที จุดเด่นสำคัญของบอลวาล์วคือความสามารถในการปิดสนิท (Tight Shut-off) โครงสร้างเรียบง่าย และความทนทานต่อแรงดันที่เหมาะสมกับงานอุตสาหกรรมและงานระบบท่อทั่วไป ในทางวิศวกรรม บอลวาล์วถูกจัดอยู่ในกลุ่มวาล์วที่เน้นการเปิด–ปิด (On/Off Service) มากกว่าการควบคุมปริมาณแบบละเอียด เหมาะกับระบบของเหลวและก๊าซหลากหลายประเภท ตั้งแต่งานประปา งานลมอัด งานน้ำมัน ไปจนถึงงานกระบวนการในโรงงานอุตสาหกรรม     หลักการทำงานของบอลวาล์ว โครงสร้างภายใน หลักการทำงานของบอลวาล์วสัมพันธ์โดยตรงกับโครงสร้างภายในของอุปกรณ์ ดังนั้นการวิเคราะห์องค์ประกอบจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ องค์ประกอบหลักของบอลวาล์วประกอบด้วย ตัวเรือนวาล์ว (Body) ลูกบอล (Ball) ที่มีรูทะลุเรียกว่า Port ที่นั่งวาล์ว (Seat) ก้านวาล์ว (Stem) ซีลและโอริง (Seal

อ่านต่อ
ท่อสแตนเลส คืออะไร

ท่อเหล็ก (Steel Pipe) และท่อสแตนเลส (Stainless Steel Pipe) คืออะไร? ประเภท มาตรฐาน เกรด และวิธีเลือกใช้งาน

ท่อเหล็ก (Steel Pipe) และท่อสแตนเลส (Stainless Steel Pipe) คืออะไร? ประเภท มาตรฐาน เกรด และวิธีเลือกใช้งาน ท่อเหล็ก (Steel Pipe) คือท่อที่ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนหรือเหล็กกล้าผสม ใช้สำหรับลำเลียงของไหล ก๊าซ ไอน้ำ และใช้เป็นโครงสร้างรับแรงในงานอุตสาหกรรม โดยมีทั้งแบบมีตะเข็บ (ERW – Electric Resistance Welded) และแบบไม่มีตะเข็บ (Seamless) ตามวิธีการผลิตและระดับแรงดันที่ออกแบบไว้ ท่อสแตนเลส (Stainless Steel Pipe) คือท่อที่ผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิมซึ่งมีโครเมียม (Chromium) อย่างน้อย 10.5% เพื่อสร้างชั้นป้องกันการกัดกร่อนตามธรรมชาติ เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานต่อสนิม ความสะอาด และความคงทนระยะยาว เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เคมี และระบบที่มีคลอไรด์ ความแตกต่างหลักระหว่างท่อเหล็กและท่อสแตนเลสอยู่ที่องค์ประกอบทางเคมี ความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อน และอายุการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โครงสร้างพื้นฐานของท่อ การเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของท่อ เป็นจุดตั้งต้นสำคัญก่อนเลือก ท่อเหล็ก (Steel Pipe) หรือ ท่อสแตนเลส (Stainless Steel Pipe) เพราะแม้ลักษณะภายนอกจะคล้ายกัน แต่ระบบการระบุขนาดและความหนามีหลักการเฉพา

อ่านต่อ