เกทวาล์ว (Gate Valve) คือวาล์วที่ใช้เปิดหรือปิดการไหลของของไหลในระบบท่อ โดยใช้แผ่นกั้นหรือ Gate เลื่อนขึ้นลงในแนวตั้งฉากกับทิศทางการไหล ในงานระบบท่อมักเรียกว่า วาล์วประตูน้ำ และใช้เป็นวาล์วตัดตอน (Isolating Valve) สำหรับแยกไลน์ท่อ เปิดน้ำ ปิดน้ำ หรือหยุดการไหลในตำแหน่งที่ต้องการ
หน้าที่หลักของ Gate Valve คือการเปิดสุด (Fully open) หรือปิดสุด (Fully Closed) ไม่ใช่วาล์วสำหรับปรับปริมาณการไหล (Flow) หากเปิดวาล์วค้างไว้ในตำแหน่งกึ่งกลาง ของไหลจะผ่านด้วยความเร็วสูง ทำให้ Gate และ Seat สึกหรอเร็วกว่าปกติ และทำให้วาล์วปิดไม่สนิทในระยะยาว

Gate Valve ทำงานอย่างไร
หลักการทำงานของ Gate Valve คือการเลื่อน Gate ขึ้นหรือลงในแนวตั้งฉากกับทิศทางการไหล เมื่อหมุน Handwheel หรือควบคุมผ่าน Actuator ก้านวาล์ว (Stem) จะส่งแรงไปยัง Gate ให้ยกขึ้นหรือลดลง
เมื่อเปิดวาล์ว Gate จะถูกยกขึ้นจนพ้นทางไหล ทำให้ของไหลผ่านตัววาล์วได้เต็มหน้าตัดท่อ ทำให้ มี pressure drop ต่ำเมื่อเปิดเต็ม เมื่อต้องการปิดวาล์ว Gate จะเลื่อนลงมาประกบกับ Seat เพื่อกั้นของไหลไม่ให้ไหลผ่าน ลักษณะนี้ทำให้ Gate Valve เหมาะกับระบบท่อที่ต้องการเปิดค้างหรือปิดค้างเป็นหลัก และ
โดยทั่วไป การใช้งาน Gate Valve ควรเปิดให้สุดหรือปิดให้สุด ไม่ควรใช้งานในตำแหน่งเปิดครึ่งเดียวเป็นเวลานาน เพราะตำแหน่งดังกล่าวไม่ใช่สภาวะการทำงานที่วาล์วประเภทนี้ออกแบบมาโดยตรง
ส่วนประกอบหลักของ Gate Valve
Gate Valve มีโครงสร้างพื้นฐานไม่ซับซ้อน แต่แต่ละส่วนมีผลต่อความแน่นในการปิด การรับแรงดัน และอายุการใช้งานของวาล์ว
- Body
เป็นโครงสร้างหลักของวาล์ว ทำหน้าที่รับแรงดันและเป็นทางผ่านของของไหล วัสดุของ Body ต้องเลือกให้เหมาะกับแรงดัน อุณหภูมิ และชนิดของของไหลในระบบ - Gate
เป็นแผ่นกั้นที่เลื่อนขึ้นลงเพื่อเปิดหรือปิดทางไหล ชิ้นส่วนนี้เป็นหัวใจของ Gate Valve - Seat
เป็นผิวสัมผัสที่ Gate ประกบเมื่อปิดวาล์ว ทำหน้าที่ช่วยให้ปิดได้แน่น หาก Seat สึกหรือเสียหาย อาจทำให้วาล์วปิดไม่สนิท - Stem
เป็น ก้านวาล์วที่ส่งแรงจาก Handwheel หรือ Actuator ไปยัง Gate วาล์วบางแบบ Stem จะยกสูงขึ้นภายนอกเมื่อเปิด (Rising Stem) บางแบบ Stem ไม่เคลื่อนขึ้นด้านนอก (Non-Rising Stem) - Bonnet
เป็นส่วนครอบด้านบนของวาล์ว ใช้ยึดชุด Stem และป้องกันการรั่วซึมบริเวณส่วนบนของตัววาล์ว
Gate Valve ใช้กับงานอะไร
Gate Valve เหมาะกับงานระบบท่อที่ต้องการเปิดหรือปิดการไหลเป็นหลัก โดยเฉพาะจุดที่ไม่ได้มีการเปิด–ปิดถี่มาก และต้องการให้ของไหลผ่านได้ดีเมื่อเปิดเต็ม ตัวอย่างการใช้งานที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ระบบน้ำประปาและระบบน้ำในอาคาร
ใช้เป็นวาล์วเปิด–ปิดไลน์น้ำหลัก หรือใช้แยกส่วนของระบบเพื่อซ่อมบำรุง - ระบบน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม
ใช้ในไลน์น้ำหล่อเย็น น้ำใช้ในกระบวนการผลิต หรือระบบ Utility ที่ต้องการวาล์วตัดตอน - ระบบไอน้ำบางตำแหน่ง
ใช้ในตำแหน่งที่ต้องการเปิดหรือปิดไลน์ แต่ต้องเลือกวัสดุและ Pressure Rating ให้เหมาะกับอุณหภูมิของระบบ - ระบบน้ำมันและก๊าซ
ใช้กับไลน์ที่ต้องการแยกการไหลหรือปิดระบบ โดยต้องเลือกวัสดุ มาตรฐาน และรูปแบบการต่อให้ถูกต้อง - งานท่อขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
เหมาะกับระบบที่ต้องการแรงดันตกคร่อมต่ำเมื่อเปิดวาล์วเต็มทาง
หากระบบต้องการควบคุม Flow แบบต่อเนื่อง ควรพิจารณา Globe Valve หรือ Control Valve แทน เพราะ Gate Valve ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อปรับปริมาณการไหลในระยะยาว
ประเภทของ Gate Valve ที่พบได้บ่อย
Gate Valve มีหลายแบบ แต่ละแบบออกแบบมาให้เหมาะกับชนิดของไหล แรงดัน และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกประเภทวาล์วให้ถูกต้องมีผลต่อความแน่น อายุใช้งาน และความสะดวกในการบำรุงรักษา
Wedge Gate Valve
Wedge Gate Valve เป็น Gate Valve ที่ใช้ Gate รูปทรงลิ่ม (wedge) เมื่อปิดวาล์ว Gate จะเลื่อนลงไปประกบกับ Seat เพื่อกั้นการไหล เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในระบบน้ำ ไอน้ำ น้ำมัน และงานอุตสาหกรรมทั่วไป
จุดเด่นของ Wedge Gate Valve คือโครงสร้างใช้งานง่าย เหมาะกับงานเปิด–ปิด และมีหลายวัสดุให้เลือกตามแรงดันและอุณหภูมิของระบบ แต่ควรใช้งานในตำแหน่งเปิดเต็มหรือปิดเต็ม ไม่ควรเปิดค้างไว้บางส่วนเพื่อหรี่ Flow
Rising Stem Gate Valve
Rising Stem Gate Valve คือ Gate Valve ที่ Stem จะยกสูงขึ้นเมื่อเปิดวาล์ว ทำให้ผู้ใช้งานดูตำแหน่งเปิด–ปิดได้จากภายนอก เหมาะกับระบบที่ต้องการตรวจสอบสถานะวาล์วได้ง่าย และมีพื้นที่ด้านบนเพียงพอ
ข้อควรพิจารณาคือ ต้องเผื่อระยะเหนือวาล์ว เพราะ Stem จะยกขึ้นขณะเปิด หากติดตั้งในพื้นที่จำกัด อาจไม่สะดวกต่อการใช้งานหรือบำรุงรักษา
Non-Rising Stem Gate Valve
Non-Rising Stem Gate Valve คือ Gate Valve ที่ Stem ไม่ยกสูงขึ้นภายนอกขณะเปิดหรือปิด เหมาะกับพื้นที่จำกัด เช่น ห้องเครื่อง พื้นที่ใต้ดิน หรือจุดติดตั้งที่ไม่สามารถเผื่อระยะด้านบนได้มาก
จุดเด่นคือประหยัดพื้นที่ติดตั้ง แต่ผู้ใช้งานอาจดูสถานะเปิด–ปิดจากภายนอกได้ไม่ชัดเท่า Rising Stem จึงควรเลือกตามพื้นที่และลักษณะการตรวจสอบหน้างานจริง
Knife Gate Valve
Knife Gate Valve ใช้ gate ที่มีคมตัดคล้ายใบมีด ออกแบบมาสำหรับของไหลที่มีความหนืดสูง มีของแข็งแขวนลอย หรือต้องการตัดผ่านสื่อที่ไหลอยู่ เช่น น้ำเสีย, slurry, กระดาษ, เยื่อไม้ หรืออาหารแปรรูป ไม่เหมาะกับระบบแรงดันสูงเพราะโครงสร้าง seal บริเวณ packing มักรับแรงดันได้ต่ำกว่า gate valve ทั่วไป
วัสดุ
การเลือก Gate Valve ไม่ควรดูเพียงขนาดท่อ แต่ต้องดูวัสดุของวาล์ว Pressure Rating และรูปแบบการต่อเข้ากับระบบท่อร่วมกัน วัสดุที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ทองเหลือง (Brass)
เหมาะกับงานน้ำทั่วไป งานอาคาร และระบบที่แรงดันไม่สูงมาก - เหล็กหล่อ (Cast Iron)
ใช้ในระบบน้ำ งานอาคาร และงานอุตสาหกรรมทั่วไปที่ไม่มีแรงดันหรืออุณหภูมิสูงมาก - เหล็กหล่อเหนียว (Ductile Iron)
มีความแข็งแรงและทนแรงได้ดีกว่าเหล็กหล่อทั่วไป เหมาะกับระบบน้ำและงาน Utility - เหล็กกล้าหล่อ (Cast Steel)
เหมาะกับงานที่มีแรงดันหรืออุณหภูมิสูงกว่าเหล็กหล่อทั่วไป เช่น งานไอน้ำ น้ำมัน หรืออุตสาหกรรมบางประเภท - สแตนเลส (Stainless Steel)
เหมาะกับงานที่ต้องการความทนต่อการกัดกร่อน หรือใช้งานกับของไหลที่มีสารเคมีบางประเภท
Gate Valve ต่างจาก Ball Valve อย่างไร
Gate Valve และ Ball Valve เป็นวาล์วที่ใช้เปิด–ปิดการไหลเหมือนกัน แต่หลักการทำงานและจังหวะการใช้งานต่างกัน
Gate Valve ใช้ Gate เลื่อนขึ้นลง ต้องหมุนหลายรอบกว่าจะเปิดหรือปิดเต็ม เหมาะกับงานที่เปิดค้างหรือปิดค้างเป็นเวลานาน ส่วน Ball Valve ใช้ลูกบอลเจาะรูหมุน 90 องศา จึงเปิด–ปิดได้รวดเร็วกว่า เหมาะกับงานที่ต้องเปิด–ปิดบ่อย หรือระบบที่ต้องการควบคุมสถานะวาล์วอย่างรวดเร็ว
| หัวข้อ | Gate Valve หรือเกทวาล์ว | Ball Valve หรือบอลวาล์ว |
| กลไกการทำงาน | Gate เลื่อนขึ้นลง | ลูกบอลหมุน 90 องศา |
| ความเร็วในการเปิด–ปิด | ช้ากว่า ต้องหมุนหลายรอบ | เร็วกว่า |
| การใช้งานหลัก | เปิดเต็มหรือปิดเต็ม | เปิด–ปิดรวดเร็ว |
| การใช้งานเปิด–ปิดบ่อย | เหมาะระดับหนึ่ง | เหมาะกว่า |
| Pressure drop | ต่ำ | ต่ำ โดยเฉพาะแบบ Full Bore |
| Throttle | ไม่เหมาะ | ไม่เหมาะในระยะยาว ยกเว้นบางรุ่นเฉพาะทาง |
| พื้นที่ติดตั้ง | บางรุ่นต้องเผื่อพื้นที่ Stem | มักกะทัดรัดกว่า |
ถ้าระบบต้องการวาล์วตัดตอนที่เปิดค้างหรือปิดค้างในไลน์หลัก Gate Valve เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่ถ้าต้องการเปิด–ปิดรวดเร็ว ใช้งานบ่อย หรือพื้นที่ติดตั้งจำกัด Ball Valve มักตอบโจทย์กว่า
หากต้องการเข้าใจวาล์วอีกประเภทที่ใช้เปิด–ปิดได้รวดเร็วกว่า สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ บทความ Ball Valve คืออะไร? เพื่อเปรียบเทียบหลักการทำงานและลักษณะการใช้งานก่อนเลือกวาล์วให้เหมาะกับระบบ
Gate Valve ต่างจาก Globe Valve อย่างไร
Globe Valve เป็นวาล์วที่เหมาะกับการควบคุมอัตราการไหลมากกว่า Gate Valve เพราะโครงสร้างภายในออกแบบให้ Disc เคลื่อนเข้าหา Seat เพื่อปรับพื้นที่ทางไหลได้ละเอียดกว่า
| หัวข้อ | Gate Valve | Globe Valve |
| หน้าที่หลัก | เปิด–ปิดทางไหล | ควบคุมอัตราการไหล |
| การควบคุม Flow | ไม่เหมาะ | เหมาะกว่า |
| Pressure drop | ต่ำเมื่อเปิดเต็ม | สูงกว่า |
| ทิศทางการไหล | ทางไหลค่อนข้างตรง | ทางไหลเปลี่ยนทิศภายในวาล์ว |
| งานที่เหมาะสม | Isolation Line | Control Line หรือ Balancing Line |
หากระบบต้องการเพียงเปิดหรือปิดทางไหล Gate Valve เหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการปรับปริมาณการไหล Globe Valve จะเหมาะกับหน้าที่นั้นมากกว่า
Gate Valve ใช้หรี่ Flow ได้หรือไม่
โดยหลักการใช้งาน ไม่ควรใช้ Gate Valve เพื่อหรี่ Flow ต่อเนื่อง เพราะวาล์วประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อเปิดเต็มหรือปิดเต็ม หากเปิดค้างไว้บางส่วน ของไหลจะผ่านช่องแคบด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดแรงปะทะบริเวณ Gate และ Seat ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- Seat สึกเร็ว
- Gate เสียหายจากแรงปะทะของของไหล
- วาล์วปิดไม่สนิท
- เกิดเสียงหรือแรงสั่นในระบบ
- แรงดันตกคร่อมสูงขึ้น
- อายุการใช้งานของวาล์วสั้นลง
หากต้องการควบคุมอัตราการไหล ควรเลือก Globe Valve, Control Valve หรือวาล์วชนิดอื่นที่ออกแบบมาสำหรับงานควบคุม Flow โดยเฉพาะ
วิธีเลือก Gate Valve ให้เหมาะกับระบบท่อ
การเลือก Gate Valve ควรเริ่มจากเงื่อนไขของระบบ ไม่ใช่เลือกจากขนาดท่อหรือราคาเพียงอย่างเดียว เพราะวาล์วต้องทำงานร่วมกับแรงดัน อุณหภูมิ ของไหล และมาตรฐานของระบบทั้งหมด
1. ดูชนิดของของไหล
ควรพิจารณาว่าของไหลเป็นน้ำ ไอน้ำ น้ำมัน ก๊าซ หรือของไหลที่มีตะกอนปน เพราะมีผลต่อวัสดุของ Body, Gate, Seat และ Packing หากเป็นของไหลที่มีสารกัดกร่อนหรืออุณหภูมิสูง ต้องเลือกวัสดุให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น
2. ดูแรงดันและอุณหภูมิ
Gate Valve แต่ละรุ่นรองรับแรงดันและอุณหภูมิไม่เท่ากัน ควรตรวจสอบ Pressure Rating เช่น 10K, 20K, 125P, 150P, 800P, PN16 หรือ PN25 ให้ตรงกับระบบจริง รวมถึงดูอุณหภูมิของของไหลประกอบด้วย
3. ดูวัสดุของวาล์ว
วัสดุของวาล์วควรสัมพันธ์กับงานใช้งาน เช่น Brass สำหรับงานน้ำทั่วไป, Cast Iron สำหรับระบบน้ำและอาคาร, Cast Steel สำหรับงานแรงดันหรืออุณหภูมิสูง และ Stainless Steel สำหรับงานที่ต้องการความทนการกัดกร่อน
4. ดูรูปแบบการต่อเข้าระบบ
ควรเลือกประเภทของวาล์วให้ตรงกับระบบท่อ เช่น เกลียว หน้าแปลน หรือสวมเชื่อม หากเลือกชนิดการต่อไม่ตรงกับระบบเดิม อาจทำให้ต้องแก้ไขหน้างานและเพิ่มต้นทุนติดตั้ง โดยสามารถดูสินค้าในหมวดวาล์วของ SK Fitting Valve เพื่อเทียบ Material, Pressure และประเภทให้เหมาะกับระบบจริง
5. ดูพื้นที่ติดตั้ง
ถ้าพื้นที่ด้านบนมีจำกัด อาจต้องเลือก Non-Rising Stem แต่ถ้าต้องการตรวจสอบสถานะเปิด–ปิดจากภายนอกได้ง่าย Rising Stem จะเหมาะกว่า
6. ดูความถี่ในการเปิด–ปิด
หากเป็นจุดที่เปิดค้างหรือปิดค้างเป็นเวลานาน Gate Valve เหมาะกับงานนี้ แต่ถ้าต้องเปิด–ปิดบ่อยมาก ควรเปรียบเทียบกับ Ball Valve หรือ Butterfly Valve ก่อนเลือก
การบำรุงรักษา Gate Valve ให้ใช้งานได้ยาวนาน
Gate Valve ควรได้รับการตรวจสอบตามรอบการใช้งาน โดยเฉพาะตำแหน่ง Stem, Packing และ Seat เพราะเป็นจุดที่มีผลต่อการรั่วซึมและความแน่นในการปิดวาล์ว หากเป็นวาล์วที่ติดตั้งในระบบสำคัญ เช่น ระบบน้ำหลัก ไอน้ำ น้ำมัน หรือก๊าซ ควรตรวจสอบการเปิด–ปิดให้ทำงานได้เต็มจังหวะ ไม่ฝืด และไม่มีการรั่วบริเวณก้านวาล์ว แนวทางดูแลที่ควรทำ ได้แก่
- ตรวจสอบการรั่วซึมบริเวณ Stem และ Packing
- เปิด–ปิดวาล์วเป็นระยะในจุดที่ไม่ได้ใช้งานบ่อย
- หลีกเลี่ยงการเปิดค้างไว้ครึ่งทาง
- ตรวจสอบสภาพ Seat หากพบว่าวาล์วปิดไม่สนิท
- ตรวจสอบสนิมหรือการกัดกร่อนบริเวณ Body และหน้าแปลน
- ใช้อะไหล่หรือวัสดุซ่อมบำรุงที่เหมาะกับแรงดันและอุณหภูมิของระบบ
การบำรุงรักษาที่ถูกต้องช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาวาล์วฝืด ปิดไม่สนิท หรือรั่วซึมในจุดต่อ โดยเฉพาะระบบที่ไม่ได้เปิด–ปิดวาล์วบ่อยแต่ต้องพร้อมใช้งานเมื่อถึงรอบซ่อมบำรุง
ข้อควรระวังในการใช้งาน Gate Valve
Gate Valve เป็นวาล์วที่ใช้งานแพร่หลาย แต่ต้องใช้งานให้ตรงหน้าที่ เพื่อให้วาล์วปิดได้แน่นและลดปัญหาในระยะยาว ข้อควรระวังหลัก ได้แก่
- ไม่ควรใช้ Gate Valve สำหรับหรี่ Flow ต่อเนื่อง
- ควรเปิดวาล์วให้สุดหรือปิดให้สุด
- ควรเลือก Material ให้เหมาะกับของไหลและอุณหภูมิ
- ควรตรวจสอบ Pressure Rating ให้ตรงกับระบบ
- ควรเลือก Type การต่อให้ตรงกับท่อและหน้าแปลนเดิม
- ควรตรวจสอบการรั่วบริเวณ Stem และ Packing ตามรอบบำรุงรักษา
- หากเป็นระบบสำคัญ ควรเลือกวาล์วตามแบบวิศวกรรมและมาตรฐานโครงการ
เลือก Gate Valve ให้ตรงระบบ ลดปัญหาหน้างาน
Gate Valve หรือเกทวาล์วเป็นวาล์วพื้นฐานที่พบได้มากในระบบท่อ แต่การเลือกใช้งานควรดูมากกว่าชื่อวาล์วหรือขนาดท่อ เพราะระบบแต่ละประเภทมีเงื่อนไขด้านแรงดัน อุณหภูมิ ชนิดของของไหล และรูปแบบการติดตั้งต่างกัน
สำหรับงานอาคาร โรงงานอุตสาหกรรม ระบบน้ำ ไอน้ำ ก๊าซ หรือน้ำมัน การเลือก Gate Valve ที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาวาล์วปิดไม่สนิท การรั่วซึม การแก้ไขหน้างาน และการเลือกวัสดุผิดประเภท
บริษัท เอส.เค. ฟิตติ้ง วาล์ว (S.K. Fitting Valve) จัดจำหน่ายวาล์วและอุปกรณ์ระบบท่อสำหรับงานทั่วไป อาคารสูง และโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีตัวเลือกด้าน Material, Pressure และ Type หลายรูปแบบ ผู้ใช้งานสามารถใช้ข้อมูลในบทความนี้เป็นพื้นฐานก่อนพิจารณารุ่น ขนาด และสเปกสินค้าที่เหมาะกับระบบจริง
สำหรับผู้ที่ต้องการเลือก Gate Valve ให้ตรงกับระบบท่อ สามารถดูรายละเอียดรุ่น วัสดุ Pressure Rating และรูปแบบการต่อของ Gate Valve ของ SK Fitting Valve เพื่อใช้ประกอบการเลือกสเปกให้เหมาะกับงานน้ำ ไอน้ำ น้ำมัน ก๊าซ หรืองานระบบโรงงาน ก่อนขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือใบเสนอราคา
วาล์วประเภทอื่นที่ควรรู้ก่อนเลือก Gate Valve
แม้ Gate Valve จะเหมาะกับงานเปิด–ปิดและตัดตอนระบบท่อ แต่ในระบบจริงอาจมีวาล์วมากกว่าหนึ่งประเภททำงานร่วมกัน เพราะแต่ละจุดในระบบมีหน้าที่ต่างกัน เช่น จุดที่ต้องเปิด–ปิดเร็ว จุดที่ต้องควบคุมอัตราการไหล หรือจุดที่ต้องใช้วาล์วขนาดใหญ่ในพื้นที่จำกัด
หากต้องการเลือกวาล์วให้ตรงกับการใช้งาน ควรเปรียบเทียบหน้าที่ของวาล์วแต่ละประเภทควบคู่กัน เช่น Gate Valve สำหรับงานเปิด–ปิดหลัก, Ball Valve สำหรับจุดที่ต้องเปิด–ปิดรวดเร็ว, Globe Valve สำหรับงานควบคุม Flow และ Butterfly Valve สำหรับระบบท่อขนาดใหญ่หรือพื้นที่ติดตั้งจำกัด
หลังจากเข้าใจหน้าที่การทำงานของ Gate Valve แล้ว หากต้องการเทียบวัสดุ รูปแบบการต่อ และ Pressure Rating ของรุ่นสินค้าที่เหมาะกับระบบท่อจริง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สินค้าของ SK Fitting Valve ประกอบการพิจารณาก่อนเลือกสเปกใช้งาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเกทวาล์ว (FAQ)
Gate Valve คืออะไร
Gate Valve หรือเกทวาล์ว คือวาล์วประตูน้ำที่ใช้เปิดหรือปิดการไหล โดยใช้ Gate เลื่อนขึ้นลงเพื่อกั้นทางไหลภายในระบบท่อ
Gate Valve ใช้กับงานอะไร
ใช้กับงานเปิด–ปิดทางไหล เช่น ระบบน้ำ ไอน้ำ น้ำมัน ก๊าซ และระบบท่ออุตสาหกรรมทั่วไป
เกทวาล์วใช้หรี่ Flow ได้หรือไม่
ไม่แนะนำ เพราะ Gate Valve ออกแบบมาสำหรับเปิดเต็มหรือปิดเต็ม การหรี่ Flow อาจทำให้ Seat สึกและปิดไม่สนิท
Gate Valve ต่างจาก Ball Valve อย่างไร
Gate Valve เปิด–ปิดด้วย Gate เลื่อนขึ้นลง ส่วน Ball Valve เปิด–ปิดด้วยลูกบอลหมุน 90 องศา จึงเปิด–ปิดได้รวดเร็วกว่า
Gate Valve ต่างจาก Globe Valve อย่างไร
Gate Valve เหมาะกับงานเปิด–ปิด ส่วน Globe Valve เหมาะกับงานควบคุมอัตราการไหล
Rising Stem Gate Valve คืออะไร
คือ Gate Valve ที่ Stem ยกสูงขึ้นเมื่อเปิดวาล์ว ทำให้ดูสถานะเปิด–ปิดได้ง่าย แต่ต้องมีพื้นที่ด้านบนเพียงพอ
Non-Rising Stem Gate Valve เหมาะกับงานแบบไหน
เหมาะกับพื้นที่จำกัด เช่น ห้องเครื่องหรือพื้นที่ใต้ดิน เพราะ Stem ไม่ยกสูงขึ้นภายนอก
Gate Valve ต้องบำรุงรักษาอย่างไร
ควรตรวจสอบการรั่วบริเวณ Stem และ Packing เปิด–ปิดวาล์วเป็นระยะ และหลีกเลี่ยงการเปิดค้างไว้ครึ่งทาง
Gate Valve ใช้กับอุณหภูมิสูงได้หรือไม่
ใช้ได้ในบางรุ่น แต่ต้องเลือกวัสดุ Body, Seat และ Pressure Rating ให้เหมาะกับอุณหภูมิของระบบ เช่น งานไอน้ำหรืองานน้ำร้อน
Pressure Rating ของ Gate Valve ดูจากอะไร
ดูจากมาตรฐานของวาล์ว เช่น 10K, 20K, PN16, PN25 หรือ Class รวมถึงวัสดุและอุณหภูมิใช้งานจริงของระบบ
ควรเลือก Gate Valve จากอะไร
ควรพิจารณาจากชนิดของของไหล แรงดัน อุณหภูมิ Material, Pressure, Type การต่อ พื้นที่ติดตั้ง และมาตรฐานของโครงการ





