ท่อมีตะเข็บ vs ท่อไร้ตะเข็บ ใช้งานต่างกันอย่างไร

ท่อมีตะเข็บ vs ท่อไร้ตะเข็บ ใช้งานต่างกันอย่างไร

ท่อมีตะเข็บ vs ท่อไร้ตะเข็บ ใช้งานต่างกันอย่างไร

หลายโครงการมักเลือกท่อจากราคา ขนาด หรือเลือกใช้แบบเดิมที่เคยสั่งอยู่แล้ว โดยยังไม่ได้พิจารณาให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง เช่น แรงดัน อุณหภูมิ ชนิดของน้ำหรือของเหลวที่ลำเลียงผ่าน ผลคือบางงานใช้สเปกสูงเกินความจำเป็นจนต้นทุนสูงเกินจำเป็น ขณะที่บางงานกลับเลือกสเปกต่ำเกินไป ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการใช้งานและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงตามมา 

ดังนั้น การเลือกใช้ท่อมีตะเข็บหรือท่อไร้ตะเข็บควรดูจากเงื่อนไขการใช้งานของระบบเป็นหลัก มากกว่าตัดสินจากชื่อสินค้า ราคา หรือความเชื่อว่าท่อประเภทใดประเภทหนึ่งดีกว่าเสมอไป

ท่อมีตะเข็บ, ท่อไร้ตะเข็บ

ท่อมีตะเข็บและท่อไร้ตะเข็บต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างของท่อทั้งสองประเภทอยู่ที่กระบวนการผลิต โดยท่อมีตะเข็บ คือ กลุ่ม Welded Pipe ซึ่งตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ ERW (Electric Resistance Welded) ผลิตจากแผ่นเหล็กที่ขึ้นรูปเป็นทรงกระบอกแล้วเชื่อมรอยต่อ จึงมีแนวเชื่อมตลอดความยาวท่อ

ส่วนท่อไร้ตะเข็บ (Seamless Pipe) จะผลิตจากเหล็กที่ขึ้นรูปเป็นท่อโดยไม่มีรอยเชื่อมตลอดแนว ทำให้เนื้อโลหะมีความต่อเนื่องทั้งเส้น แต่ท่อชนิดนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกงานเสมอไป เพราะการเลือกใช้งานจริงยังต้องดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น Schedule มาตรฐานวัสดุ ลักษณะการใช้งาน และระดับความสำคัญด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของระบบ 

ท่อมีตะเข็บกับงานอุตสาหกรรม 

หลายคนเข้าใจว่าท่อมีตะเข็บเหมาะสำหรับงานทั่วไปเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงยังสามารถนำไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรมได้หลากหลายประเภท หากเลือกสเปกและมาตรฐานให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งาน เช่น

  • งานโครงสร้างอาคารและโรงงาน 
  • งานระบบน้ำทั่วไป
  • ระบบลำเลียงสารในท่อที่มีแรงดันและอุณหภูมิอยู่ในช่วงที่สเปกท่อรองรับ
  • งานสาธารณูปโภคและระบบท่อทั่วไปในโรงงาน
  • งานที่แบบหรือสเปกโครงการระบุไว้ชัดเจน

สิ่งสำคัญคือเลือกขนาด ความหนา หรือ Schedule และวัสดุให้เหมาะกับแรงดัน อุณหภูมิ ชนิดของสารในท่อ และเงื่อนไขการใช้งานของระบบ ไม่ควรดูแค่ว่ามีหรือไม่มีแนวเชื่อม เพราะทั้งท่อมีตะเข็บและท่อไร้ตะเข็บต่างก็เหมาะกับงานคนละแบบ

ท่อไร้ตะเข็บเหมาะกับงานแบบไหน 

ท่อไร้ตะเข็บมักถูกเลือกใช้ในงานที่ต้องการเนื้อวัสดุต่อเนื่อง หรือมีแรงดัน อุณหภูมิ และความเสี่ยงของระบบสูงกว่างานทั่วไป เช่น

  • ระบบแรงดันสูง
  • ระบบอุณหภูมิสูง
  • ระบบไอน้ำ
  • ระบบก๊าซ
  • กระบวนการผลิตที่มีความเสี่ยงสูง
  • งานที่แบบหรือสเปกโครงการระบุให้ใช้โดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม การเลือกท่อไร้ตะเข็บไม่ได้หมายความว่าดีกว่าท่อมีตะเข็บเสมอไป หากระบบไม่ได้มีข้อกำหนดด้านแรงดัน อุณหภูมิ หรือความเสี่ยงสูง การเลือกท่อไร้ตะเข็บอาจเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น

แรงดัน อุณหภูมิ และสารในท่อ ส่งผลต่อการเลือกท่ออย่างไร

แรงดันที่ใช้งานจริงมีผลโดยตรงต่อการเลือกความหนาท่อหรือค่า Schedule รวมถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องด้วย หากเป็นระบบที่มีแรงดันสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของแรงดันอยู่บ่อย ๆ ควรพิจารณาทั้งขนาดท่อ ความหนา วัสดุ และข้อกำหนดของระบบไปพร้อมกัน นอกจากนี้ อุณหภูมิและชนิดของสารที่ไหลอยู่ในท่อก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกวัสดุและความปลอดภัยในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ก๊าซ ไอน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมี ซึ่งแต่ละประเภทอาจส่งผลต่อการกัดกร่อนและอายุการใช้งานแตกต่างกัน โดยเฉพาะระบบที่ทำงานในอุณหภูมิสูง หรือเกี่ยวข้องกับก๊าซและไอน้ำ ควรตรวจสอบสเปกให้ละเอียดก่อนเลือกใช้งาน

Schedule คือค่าที่ใช้บอกความหนาของผนังท่อ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความสามารถในการรับแรงดัน น้ำหนักของท่อ และความเหมาะสมกับลักษณะงาน ดังนั้นการเลือกท่อจึงไม่ควรพิจารณาแค่ว่าเป็นท่อมีตะเข็บหรือท่อไร้ตะเข็บ เท่านั้น แต่ควรดูเงื่อนไขการใช้งานของระบบโดยรวมประกอบกันเสมอ

แนวทางเลือกท่อตามลักษณะงาน

งานโครงสร้างกับระบบท่อที่ใช้ลำเลียงน้ำ ก๊าซ ไอน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมี ใช้เกณฑ์เลือกท่อไม่เหมือนกัน งานโครงสร้างมักดูความแข็งแรง น้ำหนัก การเชื่อมประกอบ และต้นทุนเป็นหลัก ส่วนระบบลำเลียงต้องดูแรงดัน อุณหภูมิ ชนิดของสารในท่อ ความหนาท่อ และความเสี่ยงจากการรั่วไหลร่วมด้วย ตารางต่อไปนี้จึงควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น ก่อนเทียบกับแบบงานและสเปกโครงการจริง 

ลักษณะงานสิ่งที่ควรพิจารณาท่อที่แนะนำ ข้อควรระวัง
งานโครงสร้างทั่วไปความแข็งแรง น้ำหนัก ต้นทุนท่อมีตะเข็บตรวจสอบมาตรฐานและความหนาให้เหมาะกับงาน
ระบบน้ำทั่วไปขนาดท่อ Schedule และสภาพแวดล้อมท่อมีตะเข็บไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
ระบบลำเลียงน้ำ ก๊าซ หรือสารเคมีในโรงงาน แรงดัน อุณหภูมิ และชนิดของสารในท่อขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระบบควรอ้างอิงแบบงานและสเปกโครงการ
ระบบไอน้ำ (แรงดันสูง / อุณหภูมิสูง )อุณหภูมิ แรงดันไอน้ำและความเสี่ยงของระบบ ท่อไร้ตะเข็บหากแรงดันไม่สูงอาจใช้ท่อมีตะเข็บได้ ขึ้นอยู่กับมาตรฐานโครงการ
ระบบก๊าซความปลอดภัย แรงดัน และข้อกำหนดของระบบท่อไร้ตะเข็บอ้างอิงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง 
ระบบที่มีความเสี่ยงสูงความปลอดภัยและผลกระทบหากเกิดการรั่วท่อไร้ตะเข็บให้ทีมวิศวกรรมประเมินความเสี่ยง 

ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น การเลือกจริงควรอ้างอิงแบบงาน สเปกโครงการ และข้อกำหนดของแต่ละระบบ

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนติดต่อสอบถาม 

ก่อนสอบถามราคา ควรเตรียมข้อมูลให้ครบ เช่น ขนาดท่อ Schedule มาตรฐาน จำนวน ชนิดของสารในท่อ แรงดัน อุณหภูมิ และลักษณะงานที่จะนำไปใช้ เพื่อให้ผู้ขายประเมินชนิดท่อ สเปก และต้นทุนได้ตรงกับเงื่อนไขของงานมากขึ้น

  • ขนาดท่อ ความยาว และจำนวนที่ต้องใช้
  • Schedule หรือความหนาที่ต้องการ
  • มาตรฐานที่อ้างอิง หรือสเปกโครงการ
  • ชนิดของสารในท่อ แรงดัน และอุณหภูมิใช้งาน
  • ตำแหน่งติดตั้งภายในหรือภายนอกอาคาร
  • ลักษณะงาน เช่น งานโครงสร้าง หรือระบบลำเลียงสารในท่อ
  • ข้อกำหนดพิเศษของโครงการ ถ้ามี

เมื่อเตรียมข้อมูลครบตั้งแต่ต้น ผู้ขายจะช่วยเทียบสเปกสินค้าให้ตรงกับสภาพงานได้มากขึ้น ช่วยลดความผิดพลาดในการสั่งซื้อ 

เลือกท่อกับ S.K. Fitting Valve ให้เหมาะสมกับงาน

การเลือกท่อที่เหมาะสมควรเริ่มจากการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นประเภทงาน ขนาดท่อ Schedule แรงดัน อุณหภูมิ ชนิดของสารในท่อ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

S.K. Fitting Valve สามารถช่วยให้ข้อมูลประกอบการเลือกท่อ และช่วยเทียบสเปกสินค้าให้ตรงกับเงื่อนไขของโครงการ เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกท่อได้เหมาะกับระบบมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเลือกสเปกไม่ตรงกับงาน และช่วยให้การจัดซื้อแม่นยำขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ท่อมีตะเข็บกับท่อไร้ตะเข็บต่างกันหลัก ๆ ตรงไหน

ความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีผลิต โดยท่อมีตะเข็บมีแนวเชื่อมตลอดความยาวท่อ ส่วนท่อไร้ตะเข็บไม่มีแนวเชื่อม และมีเนื้อโลหะต่อเนื่องตลอดแนวท่อ

ท่อมีตะเข็บใช้กับงานแรงดันได้ไหม

ใช้ได้ หากเลือกสเปก วัสดุ Schedule และมาตรฐานให้เหมาะกับเงื่อนไขของระบบ งานอุตสาหกรรมหลายประเภทจึงยังใช้ท่อมีตะเข็บได้ภายใต้ข้อกำหนดที่เหมาะสม

ท่อไร้ตะเข็บจำเป็นกับทุกการใช้งานหรือไม่

ไม่จำเป็น การเลือกท่อไร้ตะเข็บควรดูแรงดัน อุณหภูมิ ความเสี่ยงของระบบ และข้อกำหนดของโครงการ หากระบบไม่ได้มีแรงดัน อุณหภูมิ หรือความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ การเลือกท่อมีตะเข็บที่มีสเปกเหมาะสมก็อาจตอบโจทย์ได้เช่นกัน