บริษัท เอส.เค. ฟิตติ้ง วาล์ว S.K. Fitting Valve

วาล์วนิรภัย Safety Valve มีด้าม vs ไม่มีด้าม


Safety Valve เซฟตี้วาล์ว หรือ วาล์วนิรภัยเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญในระบบท่อแรงดัน ใช้ป้องกันไม่ให้แรงดันในระบบสูงเกินค่าที่กำหนด ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์หรือเกิดอันตรายต่อระบบได้

Safety valve ทำหน้าที่ระบายแรงดันส่วนเกินออกจากระบบโดยอัตโนมัติ เมื่อแรงดันภายในถึงค่าที่ตั้งไว้ (Set Pressure) วาล์วจะเปิดเพื่อระบายของไหล และจะปิดกลับเมื่อแรงดันกลับสู่ระดับปกติ

คุณสมบัติของ Safety Valve ที่ดี

  • ความแม่นยำของ Set Pressure เปิดตามค่าที่กำหนด
  • ปิดสนิทเมื่อแรงดันกลับสู่ระดับปกติ (Tight Shutoff)
  • ทนต่ออุณหภูมิและสภาพแวดล้อมการใช้งาน
  • ตอบสนองรวดเร็วเมื่อแรงดันเกิน
  • เลือกใช้วัสดุเหมาะสม เช่น Brass สำหรับงานน้ำ และ Stainless Steel สำหรับงานกัดกร่อน

ประเภทของ Safety Valve

1. Safety Valve แบบมีด้าม (Lever Type)

ใช้กลไกคันโยก (Lever) ในการถ่ายแรงไปยัง valve disc ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทดสอบการทำงานของวาล์ว หรือระบายแรงดันด้วยมือได้ เหมาะสำหรับระบบที่ต้องมีการตรวจสอบการทำงานของวาล์ว เช่น ระบบไอน้ำ (Steam) และระบบลม (Compressed Air)

2. Safety Valve แบบไม่มีด้าม (No Lever Type)

ใช้แรงสปริงกด valve disc โดยตรง และมีฝาครอบปิด (Screwed Cap) เพื่อป้องกันการปรับตั้งค่าโดยไม่ได้รับอนุญาต โครงสร้างมีขนาดกะทัดรัด เหมาะกับพื้นที่ติดตั้งจำกัด และเหมาะกับงานของเหลว เช่น น้ำ หรือน้ำมัน

Safety Valve Lever Type Comparison

 

ควรเลือก Safety Valve แบบใด

  • เลือกแบบมีด้าม หากใช้งานกับ Steam, Air หรือ Gas
  • เลือกแบบไม่มีด้าม หากใช้งานกับน้ำ หรืองานของเหลวทั่วไป
  • ตรวจสอบ Pressure Rating ให้เหมาะกับระบบ
  • เลือกวัสดุให้เหมาะกับอุณหภูมิและประเภทของไหล

เกี่ยวกับ SK Fitting Valve

บริษัท เอส.เค. ฟิตติ้ง วาล์ว จำหน่ายวาล์ว หน้าแปลน และอุปกรณ์ระบบท่อสำหรับงานอุตสาหกรรม มีสินค้าทั้ง Carbon Steel, Stainless Steel และวัสดุอื่น ๆ ตามมาตรฐาน ANSI, JIS และ DIN พร้อมให้คำแนะนำด้านเทคนิคเพื่อช่วยให้ลูกค้าเลือกสินค้าได้เหมาะสมกับการใช้งาน

Facebook
Twitter
LinkedIn

Related Reference

Safety Valve คืออะไร เซฟตี้วาล์ว คือ

Safety Valve คืออะไร? หลักการทำงาน ประเภท และต่างจาก Relief Valve อย่างไร

เซฟตี้วาล์ว (Safety Valve) คือวาล์วนิรภัยที่ใช้ระบายแรงดันเกินออกจาก ระบบโดยอัตโนมัติ เมื่อแรงดันภายในระบบสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้ หรือ Set Pressure วาล์วจะเปิดเพื่อระบายออก และเมื่อแรงดันลดลงถึงระดับที่กำหนด วาล์วจะปิดกลับเพื่อให้ระบบทำงานต่อได้ตามปกติ โดยทั่วไป Safety Valve มักใช้กับของไหลที่บีบอัดได้  (compressible fluid)  เช่น ไอน้ำ ก๊าซ ซึ่งเป็นระบบที่ต้องการการระบายแรงดันอย่างรวดเร็วเมื่อแรงดันสูงเกินค่าที่กำหนด  วาล์วชนิดนี้จึงเป็นอุปกรณ์หลักด้านความปลอดภัยในระบบ Boiler, Pressure Vessel, ถังลม, ระบบไอน้ำ, ระบบก๊าซ และอุปกรณ์แรงดันอื่น ๆ หากเลือก Safety Valve ผิดขนาด ตั้งค่าไม่เหมาะสม หรือเลือกวัสดุไม่ตรงกับของไหลและอุณหภูมิใช้งาน วาล์วอาจเปิดผิดจังหวะ ระบายแรงดันไม่ทัน หรือปิดกลับไม่สนิท ซึ่งส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบ Safety Valve ทำงานอย่างไร หลักการทำงานของ Safety Valve  อยู่บนความสมดุลระหว่างแรงดันในระบบกับแรงต้านของสปริง เมื่อแรงดันยังต่ำกว่าค่า Set Pressure สปริงจะกด Disc ให้แนบกับ Seat เพื่อปิดทางระบายไว้ แต่เมื่อแรงดันสูงเกินค่าที่ตั้งไว

อ่านต่อ
เกทวาล์ว คืออะไร gate valve คืออะไร

เกทวาล์ว (Gate Valve) คืออะไร หลักการทำงาน ประเภท และต่างจาก Ball Valve อย่างไร

เกทวาล์ว (Gate Valve) คือวาล์วที่ใช้เปิดหรือปิดการไหลของของไหลในระบบท่อ โดยใช้แผ่นกั้นหรือ Gate เลื่อนขึ้นลงในแนวตั้งฉากกับทิศทางการไหล ในงานระบบท่อมักเรียกว่า วาล์วประตูน้ำ และใช้เป็นวาล์วตัดตอน (Isolating Valve) สำหรับแยกไลน์ท่อ เปิดน้ำ ปิดน้ำ หรือหยุดการไหลในตำแหน่งที่ต้องการ หน้าที่หลักของ Gate Valve คือการเปิดสุด (Fully open) หรือปิดสุด (Fully Closed)  ไม่ใช่วาล์วสำหรับปรับปริมาณการไหล (Flow) หากเปิดวาล์วค้างไว้ในตำแหน่งกึ่งกลาง ของไหลจะผ่านด้วยความเร็วสูง ทำให้ Gate และ Seat สึกหรอเร็วกว่าปกติ และทำให้วาล์วปิดไม่สนิทในระยะยาว  Gate Valve ทำงานอย่างไร หลักการทำงานของ Gate Valve คือการเลื่อน Gate ขึ้นหรือลงในแนวตั้งฉากกับทิศทางการไหล เมื่อหมุน Handwheel หรือควบคุมผ่าน Actuator ก้านวาล์ว (Stem) จะส่งแรงไปยัง Gate ให้ยกขึ้นหรือลดลง เมื่อเปิดวาล์ว Gate จะถูกยกขึ้นจนพ้นทางไหล ทำให้ของไหลผ่านตัววาล์วได้เต็มหน้าตัดท่อ ทำให้ มี pressure drop ต่ำเมื่อเปิดเต็ม เมื่อต้องการปิดวาล์ว Gate จะเลื่อนลงมาประกบกับ Seat เพื่อกั้นของไหลไม่ให้ไหลผ่าน ลักษณะนี้ทำให้ Gate Valve เหมาะกับระบบท่อที่ต้องกา

อ่านต่อ
บอลวาล์ว (Ball Valve) คืออะไร

บอลวาล์ว (Ball Valve) คืออะไร?

บอลวาล์ว (Ball Valve) คืออะไร? หลักการทำงาน ประเภท วัสดุ และการเลือกใช้งานอย่างถูกต้อง บอลวาล์ว (Ball Valve) คือวาล์วประเภท Quarter-turn valve ที่ใช้ลูกบอลทรงกลมเจาะรูทะลุเป็นกลไกควบคุมการไหล เมื่อหมุนก้านวาล์วเพียง 90 องศา ตำแหน่งของรูบนลูกบอลจะเปลี่ยนจากขนานแนวท่อ เป็นตั้งฉากแนวท่อ เพื่อเปิดหรือปิดการไหลทันที จุดเด่นสำคัญของบอลวาล์วคือความสามารถในการปิดสนิท (Tight Shut-off) โครงสร้างเรียบง่าย และความทนทานต่อแรงดันที่เหมาะสมกับงานอุตสาหกรรมและงานระบบท่อทั่วไป ในทางวิศวกรรม บอลวาล์วถูกจัดอยู่ในกลุ่มวาล์วที่เน้นการเปิด–ปิด (On/Off Service) มากกว่าการควบคุมปริมาณแบบละเอียด เหมาะกับระบบของเหลวและก๊าซหลากหลายประเภท ตั้งแต่งานประปา งานลมอัด งานน้ำมัน ไปจนถึงงานกระบวนการในโรงงานอุตสาหกรรม     หลักการทำงานของบอลวาล์ว โครงสร้างภายใน หลักการทำงานของบอลวาล์วสัมพันธ์โดยตรงกับโครงสร้างภายในของอุปกรณ์ ดังนั้นการวิเคราะห์องค์ประกอบจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ องค์ประกอบหลักของบอลวาล์วประกอบด้วย ตัวเรือนวาล์ว (Body) ลูกบอล (Ball) ที่มีรูทะลุเรียกว่า Port ที่นั่งวาล์ว (Seat) ก้านวาล์ว (Stem) ซีลและโอริง (Seal

อ่านต่อ
ท่อสแตนเลส คืออะไร

ท่อเหล็ก (Steel Pipe) และท่อสแตนเลส (Stainless Steel Pipe) คืออะไร? ประเภท มาตรฐาน เกรด และวิธีเลือกใช้งาน

ท่อเหล็ก (Steel Pipe) และท่อสแตนเลส (Stainless Steel Pipe) คืออะไร? ประเภท มาตรฐาน เกรด และวิธีเลือกใช้งาน ท่อเหล็ก (Steel Pipe) คือท่อที่ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนหรือเหล็กกล้าผสม ใช้สำหรับลำเลียงของไหล ก๊าซ ไอน้ำ และใช้เป็นโครงสร้างรับแรงในงานอุตสาหกรรม โดยมีทั้งแบบมีตะเข็บ (ERW – Electric Resistance Welded) และแบบไม่มีตะเข็บ (Seamless) ตามวิธีการผลิตและระดับแรงดันที่ออกแบบไว้ ท่อสแตนเลส (Stainless Steel Pipe) คือท่อที่ผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิมซึ่งมีโครเมียม (Chromium) อย่างน้อย 10.5% เพื่อสร้างชั้นป้องกันการกัดกร่อนตามธรรมชาติ เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานต่อสนิม ความสะอาด และความคงทนระยะยาว เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เคมี และระบบที่มีคลอไรด์ ความแตกต่างหลักระหว่างท่อเหล็กและท่อสแตนเลสอยู่ที่องค์ประกอบทางเคมี ความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อน และอายุการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โครงสร้างพื้นฐานของท่อ การเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของท่อ เป็นจุดตั้งต้นสำคัญก่อนเลือก ท่อเหล็ก (Steel Pipe) หรือ ท่อสแตนเลส (Stainless Steel Pipe) เพราะแม้ลักษณะภายนอกจะคล้ายกัน แต่ระบบการระบุขนาดและความหนามีหลักการเฉพา

อ่านต่อ