เซฟตี้วาล์ว (Safety Valve) คือวาล์วนิรภัยที่ใช้ระบายแรงดันเกินออกจาก ระบบโดยอัตโนมัติ เมื่อแรงดันภายในระบบสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้ หรือ Set Pressure วาล์วจะเปิดเพื่อระบายออก และเมื่อแรงดันลดลงถึงระดับที่กำหนด วาล์วจะปิดกลับเพื่อให้ระบบทำงานต่อได้ตามปกติ
โดยทั่วไป Safety Valve มักใช้กับของไหลที่บีบอัดได้ (compressible fluid) เช่น ไอน้ำ ก๊าซ ซึ่งเป็นระบบที่ต้องการการระบายแรงดันอย่างรวดเร็วเมื่อแรงดันสูงเกินค่าที่กำหนด วาล์วชนิดนี้จึงเป็นอุปกรณ์หลักด้านความปลอดภัยในระบบ Boiler, Pressure Vessel, ถังลม, ระบบไอน้ำ, ระบบก๊าซ และอุปกรณ์แรงดันอื่น ๆ
หากเลือก Safety Valve ผิดขนาด ตั้งค่าไม่เหมาะสม หรือเลือกวัสดุไม่ตรงกับของไหลและอุณหภูมิใช้งาน วาล์วอาจเปิดผิดจังหวะ ระบายแรงดันไม่ทัน หรือปิดกลับไม่สนิท ซึ่งส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบ

Safety Valve ทำงานอย่างไร
หลักการทำงานของ Safety Valve อยู่บนความสมดุลระหว่างแรงดันในระบบกับแรงต้านของสปริง เมื่อแรงดันยังต่ำกว่าค่า Set Pressure สปริงจะกด Disc ให้แนบกับ Seat เพื่อปิดทางระบายไว้ แต่เมื่อแรงดันสูงเกินค่าที่ตั้งไว้ แรงดันจะดัน Disc ให้ยกขึ้นจาก Seat และเปิดทางระบาย
หลังจากวาล์วเปิด แรงดันส่วนเกินจะถูกระบายออก และเมื่อแรงดันลดลงจนถึงจุด reseating วาล์วจะปิดกลับโดยอัตโนมัติ การทำงานนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่การเปิด–ปิดด้วยมือเหมือน Gate Valve หรือ Ball Valve
ข้อมูลพื้นฐานที่ควรเข้าใจในการทำงานของ Safety Valve ได้แก่
- Set Pressure แรงดันที่ตั้งไว้ให้วาล์วเริ่มเปิด เป็นค่าที่กำหนดจากการออกแบบระบบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
- Overpressure แรงดันส่วนที่สูงกว่าค่า Set Pressure ในช่วงที่วาล์วกำลังเปิดระบาย
- Blowdownความต่างของแรงดันระหว่างจุดที่วาล์วเปิด (Set Pressure) กับจุดที่วาล์วปิดกลับ (reseating pressure)
- Seat ผิวสัมผัสที่ช่วยให้วาล์วปิดได้สนิท หาก Seat สึกหรือมีสิ่งสกปรก อาจทำให้วาล์วรั่วหรือปิดไม่แน่น
- Disc ชิ้นส่วนที่ยกขึ้นเพื่อเปิดทางระบาย และกลับลงมาปิดที่ seat เมื่อแรงดันลดลง
- Spring สปริงที่กด Disc ให้ปิดอยู่กับ Seat จนกว่าแรงดันในระบบจะสูงถึงค่าที่กำหนด
Safety Valve จึงไม่ได้แค่ทำหน้าที่ควบคุม Flow ตามปกติ แต่ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ป้องกันเมื่อระบบเกิดแรงดันเกินจากค่าที่ออกแบบไว้
ทำไมระบบแรงดันต้องมี Safety Valve
ระบบแรงดันสามารถเกิด overpressure ได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนสะสม (heat input), วาล์วตัดปิดผิดตำแหน่ง, ทางระบายอุดตัน, ปั๊มหรือคอมเพรสเซอร์ทำงานผิดปกติ หรือระบบควบคุมไม่สามารถลดแรงดันได้ทัน
เมื่อแรงดันเกินค่า Maximum Allowable Working Pressure (MAWP) ของอุปกรณ์ ความเสียหายอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว Safety Valve จึงทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ป้องกันขั้นสุดท้ายของระบบ โดยเปิดระบายแรงดันออกก่อนที่อุปกรณ์ เช่น หม้อไอน้ำ ถังแรงดัน หรือท่อแรงดัน จะเสียหาย ซึ่งระบบที่มักต้องใช้ Safety Valve ได้แก่
- Boiler หรือหม้อไอน้ำ ใช้ป้องกันแรงดันไอน้ำเกินค่าที่ระบบออกแบบไว้
- Pressure Vessel หรือภาชนะรับแรงดัน ใช้ระบายแรงดันสะสมภายในถังหรืออุปกรณ์แรงดัน
- ระบบไอน้ำ ใช้กับ steam line หรืออุปกรณ์ที่รับแรงดันไอน้ำในกระบวนการผลิต
- ระบบก๊าซและลมอัด ใช้ในไลน์ก๊าซ ถังลม หรือระบบที่มีของไหลบีบอัดได้
- ระบบน้ำบางประเภท ใช้ในในตำแหน่งที่ต้องการป้องกัน overpressure ตามสเปกของโครงการ โดยอาจใช้ Relief Valve แทนขึ้นอยู่กับลักษณะงาน
ประเภทของ Safety Valve ที่พบได้บ่อย
การเลือก Safety Valve ที่เหมาะสมต้องพิจารณาชนิดของของไหล แรงดัน อุณหภูมิ อัตราการระบาย (relieving capacity) และมาตรฐานที่โครงการกำหนด ไม่ควรยึดติดกับชื่อรุ่นหรือยี่ห้อเพียงอย่างเดียว
- Spring-loaded Safety Valve
Spring-loaded Safety Valve เป็นประเภทที่พบได้มากในงานอุตสาหกรรมทั่วไป วาล์วชนิดนี้ใช้แรงสปริงกด Disc ให้ปิดอยู่กับ Seat เมื่อแรงดันในระบบสูงเกินค่า Set Pressure แรงดันจะเอาชนะแรงสปริงและดัน Disc ให้เปิดเพื่อระบายแรงดันออก
ข้อดีของ Spring-loaded Safety Valve คือโครงสร้างไม่ซับซ้อน ใช้งานแพร่หลาย และเหมาะกับงานหลายประเภท เช่น ไอน้ำ ก๊าซ ลมอัด หรือระบบที่ต้องการป้องกันแรงดันเกิน การเลือกใช้งานควรดูวัสดุของ Body, Spring, Seat และ Disc ให้เหมาะกับอุณหภูมิ แรงดัน และชนิดของของไหล
- Pilot-operated Safety Valve
Pilot-operated Safety Valve ทำงานต่างจาก Spring-loaded ตรงที่ใช้ Pilot Valve ขนาดเล็กเป็นตัวควบคุมการเปิด–ปิดของ Main Valve แทนที่จะพึ่งแรงสปริงโดยตรง เมื่อ Pilot Valve ตรวจจับว่าแรงดันถึง Set Pressure แรงดันที่ช่วยกด Main Disc จะถูกปลดออก ทำให้ Main Valve เปิดระบายแรงดันทันที
ข้อได้เปรียบหลักของ Pilot-operated คือความแม่นยำสูง สามารถตั้ง Set Pressure ได้ใกล้กับ MAWP มากกว่าแบบ Spring-loaded โดยทั่วไป blowdown ก็แคบกว่า ทำให้ระบบไม่ต้องสูญเสียแรงดันโดยไม่จำเป็น จึงเหมาะกับระบบที่ต้องการ Set Pressure สูง หรืองานที่ต้องการอัตราการระบายมาก เช่น ระบบก๊าซแรงดันสูงหรือ Pressure Vessel ขนาดใหญ่
วาล์วประเภทนี้มีโครงสร้างซับซ้อนกว่า Spring-loaded Safety Valve จึงต้องดูเรื่องความสะอาดของของไหล การบำรุงรักษา และความเหมาะสมกับระบบจริงร่วมด้วย ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะต้องการวาล์วที่ดูเทคนิคกว่า
- Safety Valve แบบมีด้ามและแบบไม่มีด้าม
- Safety Valve แบบมีด้าม
Safety Valve แบบมีด้าม ช่วยให้วิศวกรหรือช่างสามารถยก Disc ด้วยมือเพื่อทดสอบการทำงานของวาล์วโดยไม่ต้องรอให้ระบบเกิด overpressure จริง มักใช้ในงานที่ต้องมีการตรวจสอบวาล์วตามรอบบำรุงรักษา เช่น งานไอน้ำหรือระบบสตีมบางประเภท การทดสอบควรทำตามเงื่อนไขของระบบและคู่มือสินค้า เพราะ Safety Valve เป็นอุปกรณ์แรงดัน ไม่ควรเปิดทดสอบโดยไม่มีความเข้าใจหน้างาน
- Safety Valve แบบไม่มีด้าม
Safety Valve แบบไม่มีด้าม (closed bonnet / screwed cap) เหมาะกับงานที่ไม่มีข้อกำหนดให้ทดสอบด้วยมือ หรือระบบที่ต้องการปิด bonnet ให้มิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
Safety Valve แบบมีด้ามและแบบไม่มีด้ามควรเลือกจากเงื่อนไขการใช้งานจริง ไม่ควรดูจากรูปแบบภายนอกเพียงอย่างเดียว เพราะวาล์วแต่ละแบบอาจเหมาะกับระบบ แรงดัน และวิธีตรวจสอบที่ต่างกัน
Safety Valve ต่างจาก Relief Valve อย่างไร
ทั้ง Safety Valve และ Relief Valve เป็นวาล์วที่ใช้ระบายแรงดันส่วนเกินเหมือนกัน แต่ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่ลักษณะการเปิดและประเภทของไหลที่เหมาะสม Safety Valve มักใช้กับระบบที่มีของไหลบีบอัดได้ เช่น ไอน้ำ ก๊าซ หรือลมอัด โดยวาล์วจะเปิดระบายแรงดันทันที (pop action) วเมื่อแรงดันสูงเกินค่าที่ตั้งไว้
Relief Valve มักใช้กับระบบของเหลว เช่น น้ำหรือน้ำมัน โดยวาล์วจะค่อย ๆ เปิดตามแรงดันที่เพิ่มขึ้น เพื่อระบายแรงดันส่วนเกินออกจากระบบ จึงเหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมแรงดันของของเหลวมากกว่างานที่ต้องระบายแรงดันอย่างรวดเร็วแบบระบบไอน้ำหรือก๊าซ
สำหรับระบบที่ต้องรองรับทั้งสองกรณี วิศวกรมักระบุ Safety Relief Valve (SRV) ซึ่งออกแบบให้ทำหน้าที่ได้ทั้งแบบ pop action และค่อยๆ ระบาย ขึ้นอยู่กับว่าของไหลในระบบ ณ ขณะนั้นเป็น compressible หรือ incompressible การเลือกใช้ต้องดูจากสเปกวาล์ว มาตรฐานโครงการ และชนิดของไหลเป็นหลัก
| หัวข้อ | Safety Valve | Relief Valve |
| ลักษณะการเปิด | Pop action เปิดเร็วทันทีเมื่อถึง Set Pressure | Proportional ค่อย ๆ เปิดตามแรงดันที่เพิ่ม |
| ของไหลที่ใช้บ่อย | ไอน้ำ อากาศ ก๊าซ | น้ำ น้ำมัน หรือของเหลว |
| จุดประสงค์หลัก | ป้องกันแรงดันเกินในระบบที่ต้องระบายเร็ว | ระบายแรงดันส่วนเกินในระบบของเหลว |
| ตัวอย่างงานใช้งาน | Boiler, ระบบไอน้ำ, ระบบก๊าซ, Pressure Vessel | ระบบน้ำ ระบบน้ำมัน Hydraulic line |
| มาตรฐานอ้างอิง | ASME Section I, VIII; API 520/526 | ASME Section VIII; API 520 |
Safety Relief Valve ใช้กับวาล์วที่รองรับการทำงานได้ทั้งลักษณะของ Safety Valve และ Relief Valve โดยการเปิดวาล์วอาจเป็นแบบรวดเร็วหรือค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นอยู่กับของไหล การออกแบบวาล์ว และเงื่อนไขของระบบจริง ดังนั้นการเลือกใช้ควรดูจากสเปกวาล์ว มาตรฐานโครงการ ชนิดของของไหล และลักษณะการระบายแรงดันที่ระบบต้องการ หากระบบเกี่ยวข้องกับน้ำหรือของเหลว ควรตรวจสอบว่าลักษณะงานเหมาะกับ Relief Valve มากกว่า Safety Valve เพราะทั้งสองประเภทออกแบบมาสำหรับของไหลและรูปแบบการระบายแรงดันที่ต่างกัน
Safety Valve ใช้กับระบบอะไรบ้าง
Safety Valve ใช้กับระบบที่ต้องป้องกันแรงดันเกิน โดยเฉพาะระบบที่เกี่ยวข้องกับไอน้ำ ก๊าซ ลมอัด หรือภาชนะรับแรงดัน
Boiler หรือหม้อไอน้ำ
Boiler เป็นระบบที่ต้องควบคุมแรงดันอย่างเข้มงวด เพราะหากแรงดันไอน้ำสูงเกินค่าที่ออกแบบไว้ อาจทำให้หม้อไอน้ำหรืออุปกรณ์ในระบบเสียหาย Safety Valve จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับระบายแรงดันเกินในระบบ Boiler
Pressure Vessel หรือภาชนะรับแรงดัน
Pressure Vessel ใช้เก็บหรือรองรับของไหลภายใต้แรงดัน เช่น อากาศ ก๊าซ หรือของไหลบางประเภท Safety Valve ช่วยลดความเสี่ยงจากแรงดันสะสมภายในภาชนะ โดยต้องเลือกค่า Set Pressure และ relieving capacity ให้สัมพันธ์กับแบบวิศวกรรม
ระบบไอน้ำ
ในระบบไอน้ำ Safety Valve ใช้ป้องกัน overpressure ในไลน์ท่อหรืออุปกรณ์ปลายทางที่รับไอน้ำ วัสดุวาล์วต้องรับอุณหภูมิและแรงดันของไอน้ำได้
ระบบก๊าซและลมอัด
ระบบก๊าซและลมอัดมีของไหลที่บีบอัดได้ เมื่อแรงดันสะสมสูงเกินไป พลังงานในระบบอาจถูกปล่อยออกอย่างรวดเร็ว Safety Valve จึงใช้เพื่อระบายแรงดันและช่วยป้องกันอุปกรณ์ในระบบ
ระบบน้ำและของเหลวบางประเภท
ในระบบน้ำหรือของเหลวบางงาน อาจมีการใช้วาล์วนิรภัยตามลักษณะระบบและสเปกสินค้า อย่างไรก็ตาม หากเป็นงานควบคุมแรงดันของของเหลวโดยตรง ควรตรวจสอบว่าเหมาะกับ Safety Valve, Relief Valve หรือ Safety Relief Valve มากกว่ากัน
วิธีเลือก Safety Valve ให้เหมาะกับงาน
การเลือก Safety Valve ที่ถูกต้องเริ่มจากการเข้าใจเงื่อนไขของระบบ ไม่ใช่แค่ขนาดท่อ เพราะวาล์วที่ระบาย capacity ไม่พอจะไม่สามารถป้องกัน overpressure ได้จริง แม้จะติดตั้งถูกตำแหน่ง
1. ชนิดของของไหล
ควรตรวจสอบว่าของไหลเป็นไอน้ำ ก๊าซ ลมอัด น้ำ หรือน้ำมัน เพราะชนิดของไหลมีผลต่อการเลือกประเภทวาล์ว และวัสดุ
2. ค่า Set Pressure
Set Pressure ต้องสัมพันธ์กับแรงดันออกแบบของระบบและอุปกรณ์ที่ต้องการป้องกัน หากตั้งค่าต่ำเกินไป วาล์วอาจเปิดบ่อยโดยไม่จำเป็น หากตั้งค่าสูงเกินไป วาล์วจะเปิดช้าและอาจไม่สามารถป้องกันความเสียหายได้ทัน
3. ขนาดวาล์วและอัตราการระบาย
Safety Valve ต้องมีขนาดและอัตราการระบายที่เหมาะกับระบบ หากวาล์วเล็กเกินไป อาจระบายแรงดันไม่ทัน หากใหญ่เกินไป อาจทำงานไม่เสถียรในบางกรณี
4. วัสดุของวาล์ว
วัสดุของ Body และชิ้นส่วนภายในควรเหมาะกับของไหล อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อม เช่น ทองเหลืองสำหรับงานน้ำและไอน้ำแรงดันต่ำ เหล็กหล่อสำหรับงานก๊าซและไอน้ำแรงดันปานกลาง หรือสแตนเลสสำหรับงานที่มีความเป็นกรดสูงหรือต้องการความสะอาดสูง
5. รูปแบบการต่อ
Safety Valve มีทั้งแบบเกลียวและหน้าแปลน การเลือกควรให้ตรงกับระบบท่อเดิมและมาตรฐานที่โครงการใช้ เพื่อลดปัญหาการติดตั้งหน้างาน
6. Type ของวาล์ว
ควรพิจารณาว่าระบบเหมาะกับแบบมีด้ามหรือไม่มีด้าม โดยดูจากชนิดของของไหล วิธีตรวจสอบตามรอบบำรุงรักษา และข้อกำหนดการบำรุงรักษาของระบบ
สเปก Safety Valve ที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ
ก่อนเลือก Safety Valve ควรตรวจสอบข้อมูลสเปกพื้นฐานให้ครบ ทั้งวัสดุ แรงดัน ประเภทวาล์ว รูปแบบการต่อ และขนาดสินค้า เพราะแต่ละระบบมีเงื่อนไขการใช้งานต่างกัน จากข้อมูลสินค้า Safety Valve ของบริษัท เอส.เค. ฟิตติ้ง วาล์ว รายการสเปกที่ควรพิจารณามีดังนี้
| รายการ | รายละเอียด | ใช้กับ | ควรเช็ก |
| Material | ทองเหลือง, เหล็กหล่อ | ของไหลและสภาพแวดล้อม | วัสดุ อุณหภูมิ การกัดกร่อน |
| Pressure | 3.5K, 7K, 10K | ระบบแรงดัน | แรงดันใช้งานจริง (MAWP) |
| Type | แบบมีด้าม, ไม่มีด้าม | งานสตีม / งานน้ำ | วิธีตรวจสอบวาล์ว |
| End Connection | เกลียว, หน้าแปลน | ระบบท่อเดิม | มาตรฐานการต่อ |
| Size | 1/2 นิ้ว ถึง 4 นิ้ว | ขนาดท่อ | อัตราการระบาย |
ตารางนี้ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตรวจสอบสินค้า ก่อนสั่งซื้อควรเทียบกับแรงดันใช้งาน ชนิดของของไหล อุณหภูมิ และมาตรฐานของระบบจริงอีกครั้ง
ข้อควรระวังในการใช้งาน Safety Valve
Safety Valve เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัย ไม่ควรถูกใช้งานแทนวาล์วเปิด–ปิดทั่วไป และไม่ควรปรับแต่งโดยไม่มีข้อมูลทางวิศวกรรมรองรับ เพราะการตั้งค่าแรงดันหรือเลือกขนาดผิดอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบ ข้อควรระวังหลัก ได้แก่
- ไม่ควรอุด ปิด หรือดัดแปลงทางระบายของ Safety Valve
- ไม่ควรตั้งค่า Set Pressure โดยไม่มีข้อมูลจากแบบระบบ
- ควรติดตั้งในตำแหน่งที่ระบายแรงดันได้ปลอดภัย
- ควรเลือกขนาดวาล์วให้เพียงพอกับอัตราการระบายที่ต้องการ
- ควรตรวจสอบการรั่ว การค้าง หรือการเปิดผิดปกติตามรอบบำรุงรักษา
- หากเป็นระบบ Boiler หรือ Pressure Vessel ควรเลือกและตรวจสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
การบำรุงรักษา Safety Valve
Safety Valve ควรได้รับการตรวจสอบตามรอบ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่อาจไม่ได้ทำงานบ่อย แต่ต้องทำงานได้ทันทีเมื่อระบบเกิดแรงดันเกิน การบำรุงรักษาจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย
- Visual Inspection ตรวจสอบรอยรั่วซึมตาม Seat และรอยแตกร้าวของตัวเรือน
- Periodic Testing การทดสอบยกด้าม (ถ้ามี) หรือการนำวาล์วไปทดสอบบน Bench Test เพื่อตรวจสอบค่า Set Pressure ใหม่ตามระยะเวลาที่กฎหมายหรือมาตรฐานโรงงานกำหนด
- Cleaning ป้องกันการสะสมของตะกรันหรือสิ่งสกปรกที่อาจทำให้วาล์วติดขัด
เลือก Safety Valve ให้ตรงระบบกับ S.K. Fitting Valve
การเลือกและใช้งาน Safety Valve อย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ไม่เพียงแต่ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่น แต่ยังเป็นหลักประกันความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรม หากคุณกำลังมองหา Safety Valve คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของระบบแรงดัน สามารถตรวจสอบรายละเอียดสินค้าได้ที่ Safety Valve ของเอส.เค. ฟิตติ้ง วาล์ว เพื่อเทียบสเปกเบื้องต้นก่อนขอใบเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Safety Valve
Safety Valve คืออะไร
Safety Valve คือวาล์วนิรภัยที่ใช้ระบายแรงดันเกินในระบบโดยอัตโนมัติ เมื่อแรงดันสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้
Safety Valve ใช้กับงานอะไร
ใช้กับระบบที่ต้องป้องกันแรงดันเกิน เช่น Boiler, Pressure Vessel, ระบบไอน้ำ ระบบก๊าซ และระบบลมอัด
Safety Valve ต่างจาก Relief Valve อย่างไร
Safety Valve มักใช้กับไอน้ำหรือก๊าซและเปิดระบายเร็วเมื่อแรงดันเกิน ส่วน Relief Valve มักใช้กับของเหลวและระบายแรงดันแบบค่อยเป็นค่อยไป
Safety Relief Valve คืออะไร
Safety Relief Valve เป็นคำที่ใช้กับวาล์วที่รองรับลักษณะการทำงานได้ทั้งแบบ Safety Valve และ Relief Valve ขึ้นอยู่กับของไหลและการออกแบบของวาล์ว
Spring-loaded Safety Valve คืออะไร
คือ Safety Valve ที่ใช้แรงสปริงกด Disc ให้ปิดอยู่กับ Seat และจะเปิดเมื่อแรงดันระบบสูงกว่าค่า Set Pressure
Pilot-operated Safety Valve คืออะไร
คือ Safety Valve ที่ใช้ Pilot Valve ควบคุมการเปิด–ปิดของ Main Valve เหมาะกับบางระบบที่ต้องการความแม่นยำหรืออัตราการระบายสูง
Safety Valve แบบมีด้ามใช้กับงานอะไร
แบบมีด้ามใช้กับงานที่ต้องการยกทดสอบวาล์วในบางกรณี เช่น งานสตีมหรือระบบที่มีรอบตรวจสอบวาล์วชัดเจน
Safety Valve แบบไม่มีด้ามใช้กับงานอะไร
แบบไม่มีด้ามเหมาะกับงานที่ไม่ต้องการเปิดวาล์วด้วยมือ โดยการเลือกควรดูเงื่อนไขระบบและรุ่นสินค้าให้เหมาะสม
ก่อนเลือก Safety Valve ควรดูข้อมูลอะไร
ควรดูชนิดของของไหล Set Pressure ขนาดวาล์ว Pressure Rating วัสดุ รูปแบบการต่อ และอุณหภูมิใช้งานของระบบ





